Title : White Memories - ความทรงจำสีจาง

Author : S K – S a K U

Couple :  Jo Twins – Youngmin x Kwangmin [Boyfriend]

Rating :  PG-13

Genre :  A,U

Status : 2

Summary : “เพราะหัวใจสองดวงนั้นผูกพัน ไม่ว่ายังไงสุดท้ายก็ต้องกลับมาอยู่ด้วยกัน”

Author’s note :  ตอนที่สองที่(น่าจะ)ดราม่าหนักกว่าตอนแรก ฮา~ //ขอบคุณทุกคนที่ติดตามค่ะ ความจริงฟิคเรื่องนี้มาจากพลอตโปรเจคงานเก่าของตัวเอง(เป็นสี่เรื่องสั้นที่ต่อกัน แต่เขียนออกได้แค่เรื่องแรก) ผสมกับ OPV ที่ทำให้หลุดลงมาหลุมนี้จนกลายมาเป็นคนเขียนฟิคอีกครั้ง

 

2 ความจริง

 

 

 

 

 

หลังจากกลับถึงบ้านยองมินก็จัดการอาบน้ำให้ใจเย็นลง เขานึกขอบคุณจริงๆที่ได้เจอจองมินวันนี้ เพราะการได้พูดคุยกับเพื่อนที่เติบโตและรับรู้เรื่องราวในอดีต มันทำให้ยองมินตัดสินใจทำอะไรได้ง่ายขึ้น

มือเรียวคว้าเครื่องมือสื่อสารที่นอนนิ่งอยู่บนเตียงขึ้นกดโทรหาคนที่จะสามารถตอบคำถามทั้งหมดให้เขาได้

 

โทรออก.. น้าชอนอา

 

“ว่าไงจ๊ะยองมิน วันนี้นึกยังไงโทรมาหาน้าได้เนี่ย~” เสียงหญิงสาววัยกลางคนเอ่ยแซวหลานชาย เพราะปกติแล้วยองมินแทบจะไม่เคยโทรหาเธอ เป็นหญิงสาวซะอีกที่เป็นฝ่ายโทรหาด้วยความเป็นห่วงเมื่อต้องเดินทางไปทำงานไกลๆแล้วปล่อยให้ยองมินอยู่บ้านเพียงลำพัง ถึงเธอจะเป็นผู้ปกครองที่ไม่ค่อยดีนักในหลายๆเรื่อง แต่ยองมินนั้นก็ไม่เคยบ่นหรือเรียกร้องอะไรจากเธอเลยสักครั้ง

 

“น้าสะดวกคุยยาวๆกับผมไหมครับ” ยองมินเอ่ยถามอย่างสุภาพ

 

“มีอะไรหรือเปล่า? รออาทิตย์หน้าน้ากลับไปดีไหม? แต่ถ้ารอไม่ได้ก็ว่ามาตอนนี้เลย น้าโอเคจ้ะ” ชอนอานึกแปลกใจไม่น้อยที่อยู่ๆหลานชายที่เงียบขรึมของเธอพูดอะไรที่ดูจริงจังออกมา แต่เธอก็ไม่สามารถเดาใจเด็กคนนี้ได้จริงๆ

 

“กวังมินยังมีชีวิตอยู่ใช่ไหมครับ?”

 

ว่ากันว่าผู้หญิงมีลางสังหรณ์ที่แม่น คงเป็นเรื่องจริง ตอนนี้ชอนอารู้แล้วว่าทำไมยองมินถึงต้องการคุยกับเธอถึงขนาดเป็นฝ่ายโทรมาด้วยตนเอง

 

“ยองมิน..” หญิงสาวพูดเสียงแผ่ว

 

“วันนี้ผมเจอเขาครับ แต่เขาไม่รู้จักผม น้าครับ บอกความจริงผมมาเถอะ” เสียงจากปลายสายนั้นจริงจังแบบที่ชอนอาไม่เคยได้ยินมาก่อน เขารู้ว่ายองมินเป็นคนมุ่งมั่นและจริงจัง แต่ตอนอยู่ด้วยกันยองมินไม่เคยแสดงความต้องการหรือพูดสิ่งที่คิดในใจออกมาเท่าไรนัก บางครั้งเธอก็นึกกลัวว่าหลานคนนี้จะเก็บอะไรไว้ในใจจนมากเกินไป

 

“น้าก็ไม่คิดว่าจะปิดเธอไปได้ตลอดชีวิตหรอกนะยองมิน” เธอตอบหลานรักจากใจ ในเมื่อความจริงเป็นสิ่งไม่ตาย แม้พยายามปิดไว้ยังไงสักวันก็ต้องเปิดเผย เธอคิดเสมอว่าสักวันยองมินต้องรู้เรื่องนี้ และถึงยองมินไม่เอ่ยปากถามเธอก็อาจเป็นฝ่ายบอกเองด้วยซ้ำ

 

เสียงจากปลายสายเล่าทุกอย่างที่รู้ให้อีกคนฟังอยู่นานกว่าชั่วโมง ซึ่งยองมินก็ตั้งใจฟังและบันทึกทุกอย่างลงสมอง

 

หลังยองมินฟื้นจากพิษไข้และรับรู้เรื่องอุบัติเหตุของครอบครัวก็เอาแต่ร่ำไห้โทษตัวเอง

ส่วนกวังมินที่รอดมาอย่างปาฏิหาริย์กลับสูญเสียความทรงจำทั้งหมด

เมื่อดูจากสภาพจิตใจของเด็กสองคนแล้ว ญาติสนิททุกคนลงความเห็นว่าควรแยกฝาแฝดออกจากกัน ให้กวังมินที่จำอะไรไม่ได้ไปเริ่มต้นชีวิตใหม่โดยไม่ต้องนึกเรื่องที่เสียพ่อแม่ไปต่อหน้าต่อออกจนชั่วชีวิต ส่วนยองมินให้บอกว่ากวังมินจากไปแล้ว เพราะหากให้เด็กสองคนนี้อยู่ด้วยกัน สักวันกวังมินก็ต้องกลับมาจำทุกอย่างได้ โดยเฉพาะเรื่องอุบัติเหตุที่เจ้าตัวปฏิเสธความทรงจำจนลืมทุกสิ่งไปแล้ว ส่วนยองมินถ้าต้องเจอน้องชายในสภาพที่จำอะไรไม่ได้คงจะยิ่งโทษตัวเองจนคลุ้มคลั่งไปอีกคน

 

สุดท้ายกวังมินก็ย้ายจากแผ่นดินเกิดไปอยู่ต่างประเทศกับครอบครัวของป้าฮานึล ส่วนยองมินที่อยู่ในความดูแลของน้าชอนอานั้นก็ย้ายจากบ้านพ่อแม่มาอยู่ที่เมืองหลวง

 

 

“น้าขอโทษ…ที่ปิดบังมาตลอด” ชอนอาเอ่ยบอกหลานชายหลังจากเล่าเรื่องราวทั้งหมดให้เด็กหนุ่มฟังไปแล้ว

 

“ไม่ต้องขอโทษหรอกครับ ผมเข้าใจดีว่าทุกคนพยายามทำเพื่อผมกับกวังมิน และมันก็เป็นทางออกที่ดีที่สุดด้วย” คำตอบของยองมินทำเอาชอนอาน้ำตาซึม เด็กชายที่เธอเลี้ยงดูมาเติบโตจนเป็นหนุ่มและมีความคิดที่น่าทึ่งถึงเพียงนี้

 

ยองมินไม่เคยนึกโกรธหรือโทษใครเมื่อได้รับรู้ความจริง เขารู้ดีว่าทุกคนทำไปเพราะห่วงความรู้สึกของเขากับกวังมิน ถ้ายองมินอายุสิบสี่ที่กำลังสับสนได้พบน้องชายฝาแฝดในสภาพที่ลืมเลือนทุกสิ่ง เขาในตอนนั้นจะเป็นอย่างไรบ้างก็ไม่รู้ อาจเอาแต่โทษตัวเองซ้ำๆจนเสียสติ และกวังมินที่ลืมภาพความโหดร้ายตอนประสบอุบัติเหตุไปแล้ว อาจต้องเจ็บปวดเมื่อถูกกระตุ้นด้วยแฝดพี่จนความทรงจำกลับคืนมา

 

ยองมินกลับรู้สึกดีใจมากกว่าที่ได้รู้ว่ากวังมินเติบโตโดยไม่ต้องจดจำเรื่องเลวร้ายในตอนนั้นติดไปในใจ ดีใจที่รอยยิ้มนั้นจะยังคงสดใส สำหรับยองมินแล้วรอยยิ้มของกวังมินในความทรงจำนั้นสดใสและน่ามองมากกว่าใคร ทั้งที่เป็นแฝดกันแต่เด็กหนุ่มมั่นใจว่าต่อให้ตัวเองยิ้มยังไงก็ไม่สดใสเท่าแฝดน้องแน่นอน

 

ร่างโปร่งทิ้งตัวลงบนที่นอนนุ่ม ดวงตากลมโตมองไปยังกรอบรูปที่วางอยู่บนหัวเตียง ภาพถ่ายของเขากับกวังมินในชุดนักเรียนมัธยมต้น เด็กชายสองคนนั้นมีทรงผมและหน้าตาที่เหมือนกันจนแทบจะแยกไม่ออก

 

รอยยิ้มจางปรากฏขึ้นบนใบหน้าได้รูป

 

 

ขอบคุณที่นายยังมีชีวิตอยู่นะ…กวังมิน

 

.

.

 

วันรุ่งขึ้นยองมินออกจากบ้านแต่เช้าไปโรงพยาบาลที่ดงฮยอนพักฟื้นอยู่ โดยไม่ลืมแวะซื้อขนมติดมือไปฝากใครอีกคน ถึงกวังมินจะสูญเสียความทรงจำแต่ก็ไม่น่าจะลืมว่าตัวเองชอบกินอะไร

 

ทันทีเปิดประตูเข้ามาในห้องคนไข้เขาก็ต้องตกใจเมื่อพบว่ามีเตียงอีกอันเพิ่มขึ้นมา และเมื่อมองไปบนนั้นก็พบร่างของน้องชายฝาแฝดนอนหลับอยู่ ใบหน้าเรียวดูซีดเซียว ไหนจะสายน้ำเกลือที่ระโยงระยางอยู่ที่ข้อมือนั่นอีก

ขณะที่เด็กหนุ่มกำลังจะเอ่ยปากถามในสิ่งที่ตนสงสัย พยาบาลสาวที่เพิ่งเสร็จจากการจัดการสายน้ำเกลือก็เงยหน้าขึ้นมาพูดกับเขา

 

“คนไข้เครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอน่ะค่ะ ให้นอนพักสักหน่อยก็น่าจะดีขึ้น” หญิงสาวในชุดสีสะอาดกล่าวบอก ก่อนจะเดินออกจากห้องไป ทิ้งให้ยองมินยืนมองร่างน้องชายฝาแฝดสลับกับร่างสูงของอีกคนที่หลับอยู่อีกเตียงข้างๆกัน

 

ยองมินเดินเข้าไปนั่งลงข้างเตียงใหม่ที่เพิ่มขึ้นมา สายตาทอดนั้นมองอีกคนด้วยความรู้สึกยากจะบรรยาย ฝ่ามือเรียวทาบลงบนมือเล็กของคนที่นอนหลับอยู่

 

“ชั้นดีใจจริงๆ ที่มีโอกาสได้เห็นใบหน้าเหมือนตัวเองด้วยตาคู่นี้อีกครั้ง นายรู้ไหม? ทุกครั้งที่ชั้นส่องกระจก มันอดคิดไม่ได