Title :  ภูติดวงดาว กับ ฝนดาวตก [100% up]

Author : S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin  x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : PG-13

Genre : A/U, Fantasy

Author’s note :  ฟิคเรื่องนี้มาจากการส่องน้องๆคุยทวิต+ได้ฟังสารคดีเกี่ยวกับดวงดาวมาก่อนหน้า(เปิดทีวีทิ้งแล้วทำงานอื่น) แถมด้วยคอมเมนต์ที่เก็บมาจากฟิค The Shadow (แสงและเงาตอนแรก) << คิดยังไงโปรดบอก ไอเดียจะเกิดตรงนี้แหละ ไม่มีสัญญาณตอบรับ ก็ไม่เหลืออะไรตอบกลับไปเหมือนกัน

คนเขียนฟิคสั้นไม่มีตอนต่อให้ แต่จำเป็นต้องมีเรื่องต่อไปนะคะ ,,T w T,, //หรือเบื่อที่จะอ่านกันแล้ว

 

 

ค่ำคืนเงียบสงัดแว่วเพียงลมพัดผ่านและใบไม้ไหว ร่างบอบบางทิ้งตัวบนม้านั่งทอดสองตากลมโตมองไปบนท้องฟ้าที่มีหมู่ดาวมากมายฉายแสงพราวในคืนไร้เงาจันทร์ เหมือนเมื่อเย็นรายการโทรทัศน์บอกไว้ว่าคืนนี้จะมีปรากฏการณ์ฝนดาวตก ความจริงแล้วกวังมินไม่ได้สนใจที่จะออกมานั่งตากลมมองดาวหรอก แต่เพราะนอนไม่หลับและไม่รู้จะทำอะไร สองขาจึงพาตัวเองออกมาเดินเล่นนอกบ้าน

 

“ดาวตกเหรอ?” เด็กหนุ่มพูดโดยที่ยังแหงนหน้ามองบนฟ้า เพียงพริบตาที่ความสว่างวาบของดาวดวงเล็กเคลื่อนผ่านพอให้เห็นปลายหางยาว หรือที่คนทั่วไปเรียกว่ากันดาวตก กวังมินก็พร่ำบ่นกับตัวเองอีกครั้ง

 

“ขออะไรดีล่ะ เพื่อนคุยตอนนอนไม่หลับได้ไหม?” พูดจบก็นึกขำกึบตัวเองในใจ สงสัยคืนนี้เขาคงจะเปลี่ยวเกินไปจนสามารถพูดคนเดียวแบบนี้ ได้

 

“เหลวไหลน่ากวังมิน ไปนอนดีกว่า” คิดได้ดังนั้นก็ชันตัวลุกขึ้นยืน แล้วเตรียมเดินกลับเข้าบ้าน แต่ยังไม่ทันได้ก้าวเท้าไปไหน เสียงกระทบกันของวัตถุหนักและพื้นดินก็ทำให้กวังมินต้องชะงักฟัง

 

 

ตุ้บ!

 

 

“โอ๊ยยยยยย” ตามด้วยเสียงร้องโอดครวญที่ไล่หลังมา

 

“ส..เสียงอะไร?”  

 

“เจ็บชะมัด ให้ตายเถอะ”

 

“ค..ใครอยู่ตรงนั้นน่ะ”  กวังมินพยายามทำใจแข็งแล้วตะโกนถามซ้ำ ก่อนจะก้าวเดินไปทางต้นเสียงนั้น สองตาโตกวาดมองไปในความมืด จนพบกับเงาตะคุ่มข้างกอหญ้า แม้จะตื่นกลัวอยู่ในใจแต่ความอยากรู้อยากเห็นกลับเรียกร้องให้ฝ่ามือนั้นแหวกพุ่มม่านสีเขียวออกจากกันเพื่อไขข้อข้องใจ

 

 

แกรก 

 

 

“อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก” เป็นกวังมินที่แหกปากดังลั่นเมื่อแสงจากโทรศัพท์มือถือในมือส่องกระทบเข้ากับสิ่งที่สงสัย

 

“จะร้องทำไมเนี่ย ตกใจหมด” เสียงใสตวาดกลับ เมื่อเด็กหนุ่มตั้งสติแล้วเพ่งมองอีกครั้งก็พบว่าสิ่งที่ทำให้เขาตกใจจนร้องออกมาไม่เป็นภาษาคือเด็กชายวัยประถมต้นหน้าตาน่ารักน่าชัง

 

“ไม่ตกใจก็บ้าแล้วเจ้าหนู” ร่างบางตอบเด็กน้อยผมทองตาโต จะว่าไปเด็กคนนี้ยิ่งมองยิ่งรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยเห็นที่ไหนมาก่อน

 

“ใครเป็นเจ้าหนู” เด็กชายยู่หน้าถาม กวังมินจึงชี้ไปยังอีกฝ่ายแทนคำตอบ

 

“ภูติต่างหาก ไม่ใช่เจ้าหนู” เสียงเล็กเถียงกลับ คำพูดนั้นทำเอากวังมินถึงกับหลุดหัวเราะออกมาดังลั่น

 

“ฮ่าๆ”

 

“หยุดหัวเราะเลยนะ โจกวังมิน”

 

“นี่เจ้าหนูรู้จักชื่อชั้นด้วยเหรอ?” คิ้วเรียวบนใบหน้าขมวดเข้าหากันทันที่ทีได้ยินชื่อของตัวเองจากปากเด็กน้อย

 

“เออสิ”

 

“พูดจาไม่เพราะเลยนะเรา เป็นเด็กเป็นเล็ก”

 

“ก็บอกแล้วไงว่าภูติอะ แต่ตอนนี้ย่อส่วนอยู่”

 

“โกหกมันไม่ดีนะ”

 

“ยองมิน ชั้นชื่อยองมิน เรียกให้ถูกด้วย” เด็กน้อยแก้มใสขึ้นเสียงสั่ง

 

“โอเค เจ้าหนูยองมิน”

 

“โจกวังมิน!!!” กวังมินไม่รู้หรอกว่าเจ้าหนูน้อยโกรธอะไรเขานักหนาถึงต้องตะโกนเสียงดังแถมยังเหลือกตาโตๆใส่เขาเสียขนาดนั้น

 

“หน้าตาน่ารักแบบนี้ ดุยังไงก็ไม่น่ากลัวหรอกหนูน้อย” กวังมินล้อเด็กน้อยตากลม

 

“อย่าให้ชั้นกลับร่างเดิมได้นะ กวังมิน” เจ้าของดวงตาใสมองหน้าเด็กหนุ่มอย่างคาดโทษ แต่นั่นแหละมันไม่ได้น่ากลัวเลยสักนิด

 

“กลัวจังงงงงงง แล้วพ่อภูติน้อยจะกลับดาวยังไงครับ?”

 

“ต้องรอให้พลังชั้นกลับมาก่อนน่ะสิ”

 

“โอ้วววววว” กวังมินทำตาโตอ้าปากค้างใส่เด็กน้อย แต่ดูเหมือนว่ามุขหลอกเด็กที่พยายามทำนั้นจะใช้ไม่ได้ผล

 

“นี่ ถ้าไม่เชื่อก็ไม่ต้องถามนะ เสียเวลาอธิบาย”

 

“งั้นก็แปลว่าคืนนี้ไม่มีที่ไปอย่างนั้นสิ”

 

“ก็ใช่น่ะสิ”

 

“โอเค ตอนนี้มันก็ดึกมากแล้ว ไปนอนก่อนแล้วกัน” พูดจบกวังมินก็ช้อนตัวเด็กน้อยจนลอยหวือแล้วอุ้มเข้าบ้านไป ถือเป็นความบังเอิญที่วันนี้กวังมินอยู่บ้านคนเดียวและได้เจอเด็กหลงทางในสวนข้างบ้าน เขาจึงไม่ต้องถามความคิดเห็นของใครว่าจะทำยังไงกับเด็กน้อยตากลม 

 

“เฮ้ย ปล่อยนะ ชั้นเดินเองได้” ยองมินร้องลั่นเมื่อถูกอีกฝ่ายอุ้มเอาดื้อๆ สองมือเล็กทุบบ่ากว้างเต็มแรง ทำเอาเด็กหนุ่มสะเทือนไปทั้งร่าง แต่กวังมินก็ยังแข็งใจอุ้มเด็กดื้อต่อไปจนถึงห้องนอน

 

.

.

 

เมื่อถึงห้องกวังมินก็จัดการวางลูกหมาพยศลงบนเตียงแล้วหันไปหยิบตุ๊กตาหูยาวสีเหลืองจากกองตุ๊กตาหน้าตาเหมือนกันส่งให้เด็กน้อยตาโต

 

“เอาตุ๊กตาไหม?” กวังมินถามเด็กชายวัยประถม

 

“ต้องให้บอกกี่ครั้งว่าชั้นไม่ใช่เด็กเหมือนนายอ้ะ อายุขนาดนี้ยังกอดปิกาจู” นั่นคือคำค่อนขอดจากเด็กน้อยส่งถึงนักเรียนมัธยมปลายที่สะสมตุ๊กตาโปเกมอนไว้ในห้องนอน

 

“แหม รู้ดีจังนะ” กวังมินว่ากลับ เขาละอยากรู้นักว่าพ่อแม่ของเจ้าหนูนี่เป็นใครและทำยังไงถึงเลี้ยงลูกออกมาได้นิสัยขัดกับหน้าตาถึงเพียงนี้

 

“ชั้นรู้ทุกเรื่องของนายแล้วกันน่ะ”

 

“แล้วก็รู้ด้วยใช่ไหมว่าชั้นไม่แก่แดดเหมือนนายน่ะ พ่อภูติน้อย”

 

“…” คราวนี้ยองมินเงียบ ไม่มีเสียงต่อปากต่อคำ ร่างเล็กล้มตัวลงนอนโดยไม่ต้องให้อีกคนออกคำสั่ง กวังมินดึงผ้าห่มขึ้นคลุมร่างให้เด็กน้อยแล้วเอื้อมมือไปปิดไฟก่อนจะทิ้งตัวลงนอนบ้าง หลังจากนั้นไม่นานทั้งเด็กแก่แดดและหนุ่มน้อยใสซื่อก็ผล็อยหลับตามกันไป

 

.

.

 

กวังมินขยับพลิกตัวเมื่อรู้สึกถึงการรบกวนจากแสงแดดยามเช้าที่ส่องลอดรอยแยกของผ้าม่านเข้ามากระทบม่านตา มือเรียวควานคว้าผ้าห่มที่ร่นไปอยู่ตรงช่วงเอวขึ้นปิดหน้า แต่เมื่อรู้สึกถึงบางอย่างที่ไม่คุ้นเคย เปลือกตาอันหนักอึ้งก็ต้องเปิดขึ้นอย่างจำใจ

 

“น..นาย เป็นใคร? แล้วเข้ามาในห้องชั้นได้ยังไง?” ร่างบางร้องลั่นทันทีที่ลืมตาตื่น ภาพที่เห็นคือตัวเขาถูกเด็กหนุ่มอายุรุ่นราวคราวเดียวนอนกอดอยู่ และที่แย่กว่านั้นคืออีกฝ่ายอยู่ในสภาพเปลือยล่อนจ้อน

 

“นายเป็นคนพาชั้นมาเองนะ กวังมิน” เด็กหนุ่มผมทองงัวเงียตอบโดยที่เปลือกตาทั้งสองยังคงปิดสนิท

 

“นายรู้จักชื่อชั้นได้ยังไง?”

 

“เหมือนเมื่อคืนชั้นจะบอกนายไปแล้วนะ” กวังมินอยากตะโกนเป็นภาษาต่างดาว เมื่อได้ยินคำตอบจากคนที่ยังหน้าด้านกอดเขาไม่ปล่อย เราไปรู้จักกันตอนไหนไม่ทราบ

 

“ลุกไปเลย ไอ้โรคจิต นอนแก้ผ้าแบบนี้ไม่หนาวหรือไง?” ร่างบางพยายามผลักคนที่นอนคว่ำหน้าและกอดเขาแน่นให้ออกห่างตัว

 

“อ้อ..มิน่าหนาวชะมัด” อีกฝ่ายพูดหลังจากเปิดตาขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองอยู่ในสภาพแบบไหน

เพิ่งจะหนาวเหรอ? ทำไมไม่รู้สึกซะพรุ่งนี้เลยล่ะ

 

“ปล่อยชั้นนะ” กวังมินร้องลั่นแล้วพยายามขืนตัวออกจากอ้อมแขนที่รัดแน่นอย่างเอาเป็นเอาตาย

 

“อย่าดิ้นได้ไหม ชั้นยองมินไง”

 

“ห๊ะ?” คราวนี้กวังมินเบิกตาโต ยองมิน เจ้าหนูน้อยที่บอกว่าตัวเองเป็นภูติอะไรสักอย่างเมื่อคืนน่ะเหรอ? ไม่จริงใช่ไหม นี่มันเรื่องอะไรกัน แล้วทำไมอีกคนถึงหน้าตาเหมือนเขาอย่างกับแกะแบบนี้ ถ้าไม่ติดว่าอีกฝ่ายมีผมสีทองสว่างกวังมินคงคิดว่ากำลังละเมอส่องกระจกแล้วทะเลาะกับตัวเองอยู่เป็นแน่

 

“อือ นี่ร่างปกติชั้น ก็บอกแล้วไงว่าไม่ได้โกหก”

 

“แล้วทำไมเราหน้าเหมือนกัน”

 

“เรื่องมันยาวน่ะ เล่าไปนายก็ไม่เชื่ออีก”

 

กวังมินนึกอยากเขกกะโหลกคนตรงหน้าเมื่อได้ยินประโยคที่หลุดออกมาจากปาก ทีอย่างนี้จะมาทำเป็นไม่อยากพูด รู้ไหมว่าในหัวเขาน่ะมีแต่คำถามมากมาย ภูติดวงดาวที่หล่นมาจากฟ้าแล้วย่อส่วนเป็นเด็กประถม พอวันรุ่งขึ้นก็กลับร่างเดิมแต่ไม่ใส่เสื้อผ้า แถมยังหน้าตาเหมือนเขา

นี่มันโจกวังมินในดินแดนมหัศจรรย์หรืออย่างไรกัน? ปิจากูช่วยพ่อด้วย!!

 

“เล่ามาเลย ชั้นเชื่อแล้ว แต่ไปอาบน้ำแต่งตัวก่อน”

 

“อือ…” ยองมินปรือตาพยักหน้าตอบรับ แล้วฟุบหลับไปโดยไม่คิดจะเงยหน้าขึ้นมาอีก เห็นดังนั้นคนสั่งก็ได้แต่ส่ายหัวอย่างระอา

 

กวังมินแงะสองแขนของคนที่โอบรัดรอบลำตัวออกจากร่าง แล้วยกผ้าห่มทั้งผืนให้ชีเปลือยหนุ่มไว้ป้องกันความหนาว ก่อนจะลุกขึ้นเดินเข้าห้องน้ำไป

 

 

[50%] 19-12-2012

 

.

.

 

กว่ายองมินจะอาบน้ำแต่งตัวเสร็จก็ล่วงเลยจนคล้อยบ่าย เพราะเจ้าตัวดื้อดึงไม่ยอมลุกขึ้นจากที่นอน สุดท้ายกวังมินที่ทนไม่ไหวก็ต้องออกแรงงัด แงะ ลาก คนที่พยายามรวมร่างเป็นหนึ่งเดียวกับผ้าห่มโยนเข้าห้องน้ำไปอย่างทุลักทุเล นี่ถ้าอีกฝ่ายอยู่ในร่างเด็กแบบเมื่อคืนล่ะก็ กวังมินจะจัดการจับอาบน้ำด้วยมือตัวเองเลย

 

หลังจากเสียเวลากว่าค่อนวันกับการลากคนขี้เซาไปอาบน้ำแต่งตัวและหาอะไรกินแก้หิวแล้ว เด็กหนุ่มหน้าตาเหมือนกันก็ย้ายร่างออกมานั่งเล่นตรงโต๊ะหน้าบ้านที่กวังมินใช้นั่งมองดาวเมื่อคืน

 

“ตกลงนายเป็นตัวอะไร?” กวังมินเอ่ยถามพลางจ้องคนหน้าเหมือนอย่างพิจารณา ปกติทุกคนก็บอกว่าเขาตาโตกว่าคนเกาหลีทั่วไปอยู่แล้ว แต่ยองมินกลับมีผมสีทองสว่าง ยิ่งทำให้ใบหน้านั้นดูไม่ต่างเจ้าชายในนิทานเลยสักนิด

 

“ภูติดวงดาวไง” ยองมินยืนยันคำตอบ แต่คราวนี้กวังมินกลับไม่ได้คิดว่ามันเป็นเรื่องเหลวไหล แม้ยากจะเชื่อแต่เด็กน้อยที่บอกว่าตัวเองตกลงมาจากฟ้าเมื่อคืนวานกับคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเขานั้นเป็นคนคนเดียวกันแน่ๆ สิ่งที่ทำให้กวังมินเชื่อแบบนั้นก็คือการที่ยองมินวัยประถมหน้าตาเหมือนตัวเขาในตอนเด็ก ไอ้ที่รู้สึกว่าหน้าคุ้นๆเหมือนเคยเห็นที่ไหนนั่นก็เพราะมันเป็นหน้าของตัวเอง

 

“แล้วไอ้ภูติดวงดาวนี่ ทำหน้าที่อะไร?”

 

“รับคำขอของมนุษย์เอ่ยบอกต่อดวงดาวไปส่งต่อให้พระเจ้า คล้ายๆไปรษณีย์ส่งจดหมายน่ะ แต่เป็นจดหมายที่เราเขียนจากคำขอที่ได้ฟังมา”

 

“แล้วทำไมพระเจ้าไม่มาฟังเอง” คราวนี้เหมือนกวังมินกลับกลายเป็นเด็กน้อยช่างสงสัยแทนเมื่อสิ่งที่เขาอยากรู้นั้นมีมากมายเหลือเกิน

 

“มนุษย์มีตั้งไม่รู้กี่ล้านคน แถมไม่ใช่ทุกคนที่ควรค่ากับสิ่งที่ขอ พวกชั้นมีหน้าที่จดคำขอเหล่านั้นแล้วส่งให้พระเจ้าพิจารณาเองว่าควรให้หรือไม่ ใช่ว่าทุกคนจะได้ตามที่ขอนะ มันต้องมีปัจจัยอื่นด้วย”

 

“อือ…งั้นภูติดวงดาวก็มีเยอะสิ แล้วไม่เบื่อเหรอ ทำแบบนี้ทุกวันน่ะ”

 

“พวกเรามีวันพักเหมือนคนทำงานแหละ แล้วก็ไม่ได้ทำไปตลอดกาล เมื่อหมดอายุขัย ก็จะมีคนใหม่มาทำหน้าที่แทน”

 

“นายไม่ได้เป็นอมตะเหรอ?”

 

“ไม่”

 

“แล้วทำไมนายถึงได้เป็นภูติล่ะ”

 

“เพราะชั้นยังห่วงหาโลกมนุษย์ ยังมีสิ่งที่อยากเฝ้ามองจากบนฟ้า” ยองมินค่อยๆตอบคนช่างสงสัยอย่างใจเย็น และนั่นทำให้เจ้าหนูจำไมยิ่งสงสัยมากขึ้นไปอีก

 

“ทำไมภูติถึงมีความรู้สึก”

 

“เพราะพวกเราก็เคยเป็นคน แต่ต้องจากไปโดยที่ยังอาวรณ์ ที่หลายคนพูดว่าคนที่ตายแล้วจะกลายเป็นดาวนั่นแหละ”

 

เรื่องแบบนี้ทุกคนเคยได้ยินแต่จะมีสักกี่คนที่เชื่อว่ามันคือความจริง สำหรับกวังมินแล้วเขาคิดว่ามันเป็นคำปลอบใจที่พยายามพูดให้ดูดีเสียมากกว่า

 

“ตอนเป็นคน บอกได้ไหมว่านายเป็นใคร?” ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรดลใจให้กวังมินถามออกไปแบบนั้น ทั้งที่มันเป็นเรื่องที่ไม่สมควรเลยสักนิด

 

“รอบนี้นายจะเชื่อชั้นไหม?” ยองมินจ้องตาอีกฝ่ายอย่างไม่แน่ใจ เพราะที่เล่ามานั้นเขาก็ไม่คิดว่ากวังมินจะเชื่อมันทั้งหมด

 

“ที่ฟังมาตั้งนานเพราะเชื่อหรอกนะ ไม่งั้นจะถามทำไมเล่า” ร่างบางยู่หน้าอย่างหัวเสียเมื่ออีกฝ่ายทำเหมือนเขาไม่เชื่อใจ ถึงมันจะเป็นเรื่องเหนือจินตนาการและความคาดหมายแต่กวังมินกลับมั่นใจว่าอีกคนนั้นไม่ได้โกหกอย่างแน่นอน

 

“ชั้นคือโจยองมิน พี่ชายฝาแฝดของนาย”

 

“อ..” คำตอบที่ได้ฟังทำเอากวังมินถึงกับพูดไม่ออก แม้จะเห็นอยู่เต็มสองตาว่าคนที่นั่งอยู่ตรงหน้าเหมือนกันเพียงใด แต่พี่ชายฝาแฝดเป็นอะไรที่เกินความคาดหมายสำหรับเขา

 

“ตอนพวกเราอายุได้ขวบหนึ่ง ชั้นป่วยน่ะ”

 

“ยองมิน..”  

 

ร่างโปร่งมองหน้าน้องชาย นั่นเป็นครั้งแรกตั้งแต่เจอกันที่กวังมินเอ่ยเรียกชื่อของเขาออกมาตรงๆ

 

“นายจะไม่เชื่อก็ได้นะ หลังจากหมดอายุขัยบนโลก ชั้นก็กลายเป็นภูติและเติบโตไปพร้อมกับนาย”

 

“นายคอยมองชั้นอยู่ตลอดเลยเหรอ?” เป็นอีกครั้งที่กวังมินไม่รู้ว่าอะไรทำให้เขาเอ่ยถามออกไปแบบนั้น เพราะอยากรู้เกินกว่าจะเก็บไว้ในใจ เพราะคาดหวังในคำตอบที่จะได้รับ

 

“อือ” เสียงครางตอบในลำคอพร้อมการพยักหน้าเป็นคำตอบแสนเรียบง่าย แต่หัวใจคนฟังกลับวูบไหวอย่างประหลาดเมื่อได้รับรู้ ตลอดเวลาที่มีชีวิตอยู่บนโลก เขาถูกใครอีกคนเฝ้ามองมาจากบนฟ้า ทั้งที่ตัวเองไม่เคยรู้จักคนนั้นเลยสักนิด

 

“ทั้งที่ชั้นไม่รู้จักนาย แต่กลับ…” ปลายประโยคนั้นหยุดลงก่อนจะกล่าวจบ แต่ยองมินเข้าใจในสิ่งที่อีกฝ่ายอยากบอกได้ผ่านแววตา

 

“เพราะนายคือคนสำคัญของชั้น”

 

“…”  

 

“ยิ่งได้เห็นนาย ชั้นก็ยิ่งผูกพัน จนมันเกินคำว่าห่วงใย สุดท้ายเพื่อนที่ทนไม่ไหวก็ถีบชั้นลงมาพร้อมฝนดาวตก จนเราก็ได้เจอกันนั่นแหละ”

 

เล่าพลางนึกถึงเรื่องเมื่อคืนวาน วินาทีที่ได้เห็นกวังมินแหงนมองฟ้าพร้อมกับเอ่ยขอเพื่อนแก้เหงา ในตอนนั้นเองที่เขาถูกเพื่อนตัวโตถีบตกลงมาบนโลกพร้อมกับคำแซวไล่หลังว่าให้ไปช่วยแก้เหงาให้น้องชายฝาแฝด

 

“ยังกับนิยาย..”

 

“ใช่ มันเหมือนความฝัน ชั้นต้องกลับแล้วล่ะ” ยองมินกล่าวบอก

 

“ตอนนี้เลยเหรอ?” ดวงตาคู่นั้นฉายแววผิดหวังชัดแจ้ง และมันทำให้หัวใจที่ยังมีความรู้สึกของยองมินหวั่นไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“อื้อ” ร่างโปร่งพยักหน้าตอบรับพร้อมกับยื่นมือของตนเลื่อนไปจับมือของคนเป็นน้องไว้

 

“ยองมิน…” กวังมินทอดเสียงแผ่ว แล้วช้อนตามองคนเป็นพี่ด้วยสายตาที่ยากจะบรรยาย

 

“หือ?”

 

“ขอบคุณนะที่คอยมองชั้นมาตลอด”

 

คำพูดของน้องชายพาให้ความรู้สึกบางอย่างเต็มตื้นในอก ตลอดเวลาที่เฝ้ามองอยู่ห่างๆ เขาไม่เคยคาดหวังถึงคำขอบคุณหรือสิ่งใดจากน้องชายฝาแฝด ขอเพียงแค่ได้เห็นรอยยิ้มสดใสบนใบหน้าที่เหมือนกัน แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว

 

“หลังจากนี้นายจะจำได้ทุกอย่างได้แค่ความฝัน แต่ชั้นจะคอยมองนายต่อไป”

 

“ชั้นไม่อยากลืมนาย…” ดวงตาที่สะท้อนภาพใบหน้าของเขามองอย่างร้องขอ ทั้งที่กวังมินไม่เคยรู้จักอีกฝ่าย ทั้งที่เพิ่งจะเจอกันไม่ทันข้ามคืน แต่ร่างบางกลับรู้สึกผูกพันจนไม่อยากแยกจาก กวังมินเคยนึกอิจฉาเพื่อนที่มีพี่น้องอยู่เสมอ แม้พวกเขาจะทะเลาะกันบ้างในบางครั้งแต่กลับห่วงใยกันและพูดคุยได้ทุกเรื่อง เพราะแบบนี้กวังมินจึงมีเพื่อนเป็นเหล่าตุ๊กตา อย่างน้อยเวลาเหงาหรือไม่รู้จะคุยกับใคร เขาก็สามารถระบายกับพวกมันได้

 

“แค่นายพูดแบบนี้ชั้นก็ดีใจมากแล้วล่ะ ลาก่อน…กวังมิน” สัมผัสผ่านฝ่ามือบีบกระชับแนบแน่น รอยยิ้มแตกต่างบนใบหน้าที่เหมือนกันเป็นภาพสุดท้ายที่กวังมินได้เห็น ก่อนที่ทุกอย่างจะเหลือเพียงความว่างเปล่า…

 

 

.

.

 

 

“...มิน” เสียงเรียกชื่อหลุดจากริมฝีปากก่อนที่เจ้าของร่างบอบบางจะสะดุ้งตื่น ใบหน้าที่แนบกับพื้นโต๊ะค่อยๆยกขึ้นพร้อมกับลืมขึ้นมองภาพตรงหน้า สวนหน้าบ้านยามค่ำที่ไร้เงาของคนในครอบครัวยังคงเงียบสงบ แต่หัวใจของเขากลับรู้สึกวูบไหวอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน

 

“อือ..” เสียงครางงึมงำดังเล็ดลอดมาจากลำคอเมื่อเจ้าตัวพยายามขับไล่ความง่วงงุน มือที่วางทาบอยู่บนโต๊ะยกขึ้นหมายจะขยี้ตา แต่กลับมีบางอย่างร่วงหล่นกระทบพื้น กวังมินรีบคว้าสิ่งนั้นขึ้นมาดูแล้วก็พบว่าเป็นแก้วคริสตัลรูปดาว

 

รอยยิ้มกว้างฉายชัดเมื่อได้จ้องมองผ่านความใสที่สะท้อนภาพใบหน้าของตน เพราะมันเหมือนกับใบหน้าของใครอีกคนที่ยังอยู่ในความทรงจำ

 

“ชั้นจะไม่ลืมนายเหมือนกัน…พี่ชายของชั้น” เด็กหนุ่มเอ่ยบอกกับดาวดวงน้อยในมือแล้วแหงนหน้าขึ้นมองท้องฟ้ายามค่ำคืน หมู่ดาวน้อยใหญ่ยังคงฉายแสงระยับอวดโฉมแข่งกันในวันฟ้ามืดเช่นนี้

 

 

ถ้าดาวตกครั้งหน้าแล้วชั้นอธิษฐานขอ นายจะลงมาหาชั้นไหม?

 

.

.

 

 

“กลับมาแล้วเหรอ?” เสียงทักทายดังขึ้นทันทีที่ร่างสูงโปร่งของยองมินเดินผ่านซุ้มประตูเข้ามาข้างใน

 

“เออ เล่นแรงไปนะฮยอนซอง” ยองมินกล่าวบอกคนที่กำลังนั่งพิงเก้าอี้จิบชายามบ่ายอย่างสบายใจโดยไร้แววสำนึกผิด ก็เจ้าของฝ่าเท้าหนักๆที่ถีบเขาจนตกลงไปบนโลกในคืนนั้นก็คือชิมฮยอนซองคนนี้นี่แหละ

 

“นายควรจะขอบใจชั้นต่างหากนะยองมิน ที่ทำให้พบช่วงเวลาดีๆ”

 

“เออ..ขอบใจ” ยองมินตอบเสียงห้วน ฮึ ไม่ลองตกลงไปข้างล่างบ้างก็ไม่รู้หรอกว่ามันเจ็บแค่ไหน ดีนะที่เขาไม่ได้เอาหน้าทิ่มพื้น ถ้าเป็นอย่างนั้นร่างโปร่งไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมา กวังมินคงได้วิ่งหนีตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอกันและไม่มีทางรับเขาเป็นพี่ชายฝาแฝดแน่นอน

 

“พูดให้มันเพราะๆเหมือนตอนพูดกับกวังมินหน่อยได้ไหม?” ฮยอนซองว่า ทีกับเขาพูดจาห้วนๆจนบางครั้งสุนัขไม่รับประทาน แต่ทีกะน้องชายน่ะอ่อนโยนเหลือเกิน

 

“นี่นายแอบดูชั้นเหรอ?” ยองมินถลึงตาโตใส่เพื่อนร่างยักษ์

 

“ก็มันน่าดูนี่นา” แต่ฮยอนซองก็ไม่รี่หระ เขายักไหล่ตอบอย่างไม่ใส่ใจ เพราะรู้ว่ายองมินก็ทำได้แค่ขู่เท่านั้นแหละ ใครจะกล้ามีปัญหากับพ่อขาใหญ่หัวโจกแรงมหาศาลอย่างเขากัน

 

“อยากตายรึไง ห๊ะ”

 

“ก็ตายจนมาเป็นภูติอยู่นี่ไง คงตายอีกรอบไม่ไหว เอาน่า~ดาวตกครั้งต่อไป ชั้นจะถีบส่งนายลงไปเผด็จศึกเอง”

 

“เออ..แล้วอย่าลืมที่พูดล่ะ ชั้นจะรอ”

 

“ไม่ลืมแน่ ขอแค่แอบดูด้วยคนละกัน น้องชายน่ารักชะมัด” ร่างสูงพูดพร้อมรอยยิ้มกรุ่มกริ่มที่ยองมินเห็นแล้วต้องตวาดซ้ำออกมาอย่างเหลืออด

 

ฮยอนซอง

 

“ดูเฉยๆเองน่า ไม่ได้จะทำไรสักหน่อย หวงจริง” คนตัวโตยังคงสนุกปากกับการล้ออีกฝ่าย เพราะเขากับยองมินหมดอายุขัยบนโลกแล้วมาโตเป็นภูติในช่วงเวลาใกล้ๆกัน จึงสนิทสนมกันมากกว่าใคร ฮยอนซอนงรู้ดีว่ายองมินนั้นยังคงห่วงหาน้องชายฝาแฝดที่จากมา จนวันที่เกิดปรากฎการณ์ฝนดาวตก ชายหนุ่มนึกครึ้มอกครึ้มใจจึงถีบเพื่อนตัวดีให้ตกลงไปบนโลกมนุษย์จนเป็นเรื่องเป็นราวอย่างที่เห็น

 

คราวนี้ยองมินไม่ต่อความ ร่างโปร่งพาสองขายาวๆก้าวเดินผ่านเพื่อนตัวโตไปยังโต๊ะที่ใช้นั่งทำงาน สองตากลมทอดมองลงไปข้างล่างแล้วระบายยิ้มแบบที่น้อยคนนักจะได้เห็น

 

 

ดาวตกครั้งหน้าถึงนายไม่อธิษฐานขอ ชั้นก็จะลงไปหานายเองอยู่ดี

 

.

.

 

Fin

 

Talk 02-01-2013 ::  100% จบแล้ว ><

 
ไม่เคยคิดว่าจะเขียนงานแฟนตาซีเต็มๆแบบนี้ได้ แต่กลับพลอตเรื่องนี้ออกมา พอลองเขียนแล้วรู้สึกสนุกมาก ชอบตอนยองมินย่อส่วน เหมือนกวังมินได้เอาคืนจากฟิคเรื่องอื่นๆ แต่ไม่นานยองมินก็คืนร่างแล้วเอาคืนกวังบ้าง //เพราะฮีมาในสภาพเปลือย 55 //อย่าถามเหตุผล บอกตรงๆเขียนเอาสนุกมากกว่า
 
ส่วนความสัมพันธ์ของสองพี่น้อง แล้วแต่คนอ่านจะตัดสินค่ะ ^^
 
จริงๆเรื่องนี้เขียนจบก่อนฟิคคริสต์มาสนะ แต่อยากลงฟิคคริสต์มาสให้อ่านด้วยเลยพักแล้วไปงม Begin with Kiss แทน
 
ชอบไม่ชอบ บอกมาเถอะค่ะ จะติก็ยินดีรับฟัง เพื่องานชิ้นต่อไปที่ดีขึ้นกว่าเดิม ทุกความคิดเห็นจำเป็นมากกกกกกก
 
 
 

 

 

ขอบคุณทุกความเห็นที่ทิ้งไว้ ขอบคุณจริงๆค่ะ บางทีก็รู้สึกนะว่าเราไม่เคยตอบคอมเมนต์ใครเลย ,,T w T,, 

ที่พอจะตอบแทนทุกคนได้คงเป็นเพียงการออกงานชิ้นต่อไปให้อ่าน [ถ้ายังตามอ่านกัน] ขอบคุณที่ทำให้ชื่อของเรากลับมาเป็นคนเขียนฟิคอีกครั้งนะคะ

อ่านเม้นแล้วก็อยากเม้าท์นะ งือออออ


 

Comment

Comment:

Tweet

นึกอะไรไม่รู้ วันนี้มาย้อนอ่านฟิคเรื่องนี้อีกครั้ง ทั้งที่อ่านไปแล้ว รอบหรือสองรอบ แต่เพราะรู้สึกว่านานแล้วที่ไม่ได้เปิดอ่าน วันนี้จึงมาอ่านอีกครั้ง
เคยพูดกับพี่พู่ แล้วพี่บอกฟิคพี่ไม่ได้ดราม่าจนร้องไห้ฟูมฟาย แต่ไม่รู้เหมือนกันคะ ทำไมวันนี้อ่านฟิคเรื่องนี้แล้ว มันร้องไห้ฟูมฟายจัง
มันมีอะไรหลายๆอย่างที่เหมือนจะดี แต่มานึกดู อีกคนต้องอยู่ข้างล่างอย่างเหงาๆ มันจี๊ดจังเลย  จริงๆเรื่องนี้ไม่เชิงดราม่า มันเป็นงานแฟนตาซีซึ่้งมากกว่า แต่เพราะซึ้งแหระคะ น้ำตาไหลพรากเลย
พี่ยองที่ยังอาวรณ์น้องชายฝาแฝด เฝ้ามองจากบนฟ้า เป็นคนที่ได้แค่มอง ส่วนคนน้องก็เหงาโดยมีเหล่าปิกาจูอยู่เป็นเพื่อน
แต่ถึงไงมันก็น่ารักในแบบของงานเขียนของพี่ ไม่ว่าจะตอนที่พี่ยองนอนเปลือยกอดแฝดน้อง หรือตอนที่เป็นเด็กแกแดด ฮาาาาา มันน่ารักคะ
ไม่รู้จะว่าอะไรต่อแล้ว ตอนพิมพ์น้ำตายังไหลเป็นทางเลยคะ ...
ไม่ค่อยเม้นงานเก่าพี่พู่ เพราะมาอ่านช้า แต่ตอนนี้รู้เลยว่าจำเป็นต้องเม้นบอก
ดีใจที่ย้อนกลับมาอ่าน ดีใจที่ยังมีคนเขียนฟิคยองกวังให้อ่าน
สู้ๆคะ

#14 By Gamyuii (114.109.91.205|114.109.91.205) on 2014-12-31 03:20

น่ารัก อบอุ่น หวานละมุน บริสุทธิ์ แต่รู้สึกเศร้าลึกๆ ซึ่งจะบอกว่า เราชอบมากกก 555 เรื่องแนวแบบนี้อ่ะ ใช่เลย ความรักที่อธิบายๆไม่ได้ แต่ผูกพันมาก

#13 By Triple (49.231.100.141) on 2013-08-17 17:11

กลับมาอ่านเรื่องนี้อีกรอบแล้วแบบ น้ำตาเกือบร่วงงง
ฮือ ...
ยองมินละมุนมากเลย แม้จะจากกันมานานแล้วแต่ก็ยังเฝ้ามองน้องอยู่ 
มองจากที่ๆไกลแสนไกล ส่วนกวังเองก้ไม่รู้ตัวเลยว่ามีใครที่คอยมอง
พอมาเจอกัน แทบไม่ต้องทำความรู้จักให้มากความ แค่แป๊บเดียว
กวังก็สัมผัสได้ว่าทุกอย่างที่ยองพูดคือความจิง
แบบ มันเหมือนเป็นสายสัมพันบางๆ ที่ถูกปิดซ่อนอยู่แล้วเปิดเผยออกมา
อะไรอย่างนี้อ่ะค่ะ ชอบบบบบบบบบ ><
ฟินนนนนนนที่สุดในโลกเลยยย อบอุ่น ละมุนหัวใจ

#12 By titleworld (103.7.57.18|1.4.139.59) on 2013-03-15 12:51

ถ้าเราเจอยองมินในสภมพนั้นนะ จับกดนานแล้ว >< #อั๊ก กวังเสบคาง
จะบอกว่าหวานมาก คิดได้ทั้งสองแง่ ทั้งความรักของคู่รักและความรักของพี่น้อง
จะยังไงเรื่องนี้ก็ทำให้ฟินได้หมด ><
ชอบค่ะชอบ ผลิตต่อเรื่อยๆเลยนะคะ เอาแบบหวานๆใสๆนี่แหละ
เวลาเครียดจากการบ้านทีไรได้มาอ่านของพี่ชมพู่(รู้ชื่อจากคอมเมนต์)ก็ทำให้หายเครียดได้ทู๊กกกที >////<

#11 By Umim (103.7.57.18|1.1.227.11) on 2013-02-08 15:22

หนูมาอ่านต่อแล้ว ฟินๆๆ น้ำตาคลอ รักพี่น้องคู่นี้จัง แต่รอพี่ยองมาจัดหนักน้องหวังอยู่ 555

#10 By Green (103.7.57.18|171.5.179.31) on 2013-01-09 22:30

แอร๊ยยยย น่ารักง่ะ ยองมินย่อส่วน เหมือนเด็กประถม
ทำเอาหนูจิ้นไปถึงเกมส์ซิมของหนู กร้ากกก
เรื่องนี้แอบแฟนตาซีเบาๆนะคะออนนี
นู๋ชอบอ่ะ ไม่อยากจะบอกว่าเกือบร้องไห้
ตอนยองเล่าความจิงให้กวังฟังอ่า แบบว่ายังมีห่วงอยู่....
เลยเฝ้ามองตลอด โอ้ยยย เศร้าอ่ะออนนี แต่เรื่องนี้
ฮยอนซองวินสุด 555 มาตอนจบแต่ฮามาก
คนนี้อยู่เบื้องหลังตัวจิงสินะ กร้ากกกกก  นู๋ชอบซึ้งๆแบบนี้แหละออนนี
เรื่องหน้าขออีกนะคะ 555 *โรคจิต*

#9 By JoCheongMi (103.7.57.18|101.108.43.90) on 2013-01-04 01:21

ทำไมต้องตายจากกันด้วยคะพี่ชมพู่ ?
ฮืออออ .. สุดท้ายน้องก็ไม่ได้อยู่ด้วยกัน
กิ๊กแอบฮาฉากกวังอุ้มยอง (ย่อส่วน) เข้าห้องมาก
คือมันดูเป็นกวังยองจิ้นไม่ค่อยออก แต่พอคิดภาพตามแล้วฮา
ไม่รู้ว่าฮาอะไร ?
๕๕๕๕๕๕
แล้วก็ชอบตอนกวังหยิบตุ๊กตาปิกาจูให้ยอง
แล้วถามว่า 'เอาตุ๊กตามั้ย ?' คือมันน่ารักอ่ะ
กวังถามแล้วถ้าทำหน้าแบ๊วๆ ด้วยนี่ตายเรียบค่ะ
กร๊ากกกก .. (แต่บังเอิญว่าบทในนี้มันไม่ใช่ ๕๕๕๕๕๕)
ดีใจนะคะที่ได้มีส่วนร่วมในฟิคเรื่องนี้ (แบบไม่ตั้งใจ)
ถ้ายังไงจับอะไรเสื่อมๆ ที่เคยเห็นของกิ๊กมาเขียนบ้างก็ดีนะคะ
กร๊ากกกก ..

#8 By HyowonNuna* (103.7.57.18|101.51.11.191) on 2013-01-04 01:03

ในที่สุดก็จบแล้ว เย่  >< ชอบมากเลยยย .. แต่เวลาอยู่ด้วยกันน้อยไปหน่อยนะคะ 55 กว่าดาวจะตกอีกรอบบบ (ยังอินอยู่)
สนุกมากเลยค่ะ ชอบที่สุดดดดดดดดด
บรรยายได้สวยแล้วทำให้อ่านได้เพลินมากๆค่ะ

#7 By titleworld (103.7.57.18|192.168.182.121, 171.7.13.62) on 2013-01-03 14:40

กร๊าซซซซซซซซซซซซซซซซซซซ

มันน่ารัก!!!

น่ารักมว๊ากกกกกกกกกกกกก

ยองมินโดนถีบตกจากดาวมาพร้อมผมดาวตก
อ่านยังไงก็ฮา XD

ว่าแล้วเชียวเจ้าหมีซองเป็นคนถีบจริงๆด้วย > <

ครึ่งที่เหลือมันน่ารัก ฮา อุ่น ปนซึ้งๆเศร้าๆอะ T T
หมดอายุขัย.. แต่ยังไงมันก็น่าเศร้า

ยังไงก็ตามแต่...
ฝนดาวตกคราวหน้าหมีซองอย่าลืมหน้าที่นะ!!
คราวนี้ถีบเบาๆหน่อย เดี๋ยวจะหมดแรงเหมือนคราวแรก หลับซะครึ่งค่อนวัน กว่าจะตื่น กรั่กๆ

ไม่รู้สิฮะ มันน่ารัก ฮา ซึ้ง เศร้า
ให้อารมณ์คล้าย wish ของแคลมป์นิดๆ แต่ไม่เหมือนนะ -w-b

#6 By [chibi] Fairy ~* on 2013-01-03 00:04

ถ้าโจยองจะตื่นมาในสภาพนี้ ...
จะผิดไหมถ้าบอกว่า อยากตื่่นมาเจอน้องยองในสภาพนี้บ้าง
กี๊สสสส 555 บ้าไปแล้ว
อยากอ่านต่อแล้วค่ะ  
รีบมาต่อนะค่ะ
ขอบคุณค่ะ

#5 By J.Tty on 2012-12-28 22:24

*ค่อยๆโผล่หน้าออกมาอย่างเขินๆ* >///<
แหะๆ แอบตามอ่านงานอยู่ตลอดเลยนะคะ
ชอบมากกก โดยเฉพาะเรื่องที่น่ารักๆ ^^ (แต่ดราม่าก็อ่าน 55)
เขียนเก่งมากเลยค่ะ เขียนต่อเถอะนะคะๆ ชอบๆ ไม่เบื่อเลย~
เพราะฟิคโจทวินส์หาอ่านค่อนข้างยาก ยิ่งยองกวังยิ่งยากกว่า
*กระซิบ* ชอบยองกวังเหมือนกันค่ะ >w< 5555 
เห็นด้วยว่านิสัยยองสมควรเมะและกวังสมควรเคะค่ะ >.< 
#รอ 100%~

#4 By PYK (103.7.57.18|101.108.193.6) on 2012-12-27 22:56

แอร้ ค้าง 
ภูตินอนแก้ผ้า  -////////////////- =.,=
พี่ยองแอบมองกวังอยู่บนฟ้าตลอดเลยใช่มั้ยๆๆ
เขิน ><

#3 By ME-Z-EN on 2012-12-22 13:27

เค้าไม่เบื่อที่จะอ่านเลย อ๊าก!!!! ปิกาจูช่วยพ่อด้วย 555 เด็กน้อยน่ารักใสๆอีกและ ชอบๆๆๆ

#2 By Green (103.7.57.18|223.204.127.114) on 2012-12-20 00:33

กรี๊ด อ๊าก ว๊ากกกก
นั่นมันอะไรกัน พ่อภูติยองมิน!!!
ส่วนกวังมี่น่ารักเบาๆนะเด็กน้อยยย
อยากรู้อะ
ว่ายองมินเกิดมาได้ยังไง > < ???
มันเรียบๆ แต่น่ารักดีฮ๊าาาา
ไม่รู้จะเม้นอะไร หงึกหงัก !!

#1 By [chibi] Fairy ~* on 2012-12-19 23:52