[SF][Jo Twins] Poison

posted on 21 Aug 2013 22:15 by sk-chan in Fiction, Jo-Twins
Title : Poison

Author :  BS-EE , FairyBee , S K – S a K U

Couple : Jo Twins - Youngmin x Kwangmin [Boyfriend]

Rating : NC-17

Genre : A/U

Author’s note : ภาคต่อที่ยังไม่จบ 555 (หัวเราะทั้งน้ำตา เรายังต้องเจอกันอีกค่ะ) จริงๆเขียนมาตั้งนานเริ่มจากไม่มีแก่นสาร จนมีเรื่องราว ตอนนี้กลายเป็นว่ามันควรมีชื่อเรื่องค่ะ ส่วนที่ผ่านมาเป็นชื่อตอน
 
กติกาเดิมนะคะ ส่วนที่ตัดทิ้งเมล์ไว้ในกล่องคอมเม้น
 
 
แท็กสำหรับภาคนี้ใช้ #ยกตห ใช้จนจบเรื่องเลยค่ะ 
 
 
 

 
ขอบคุณภาพประกอบโดยน้องกิ๊ก ><
 
 
 
Forbidden Love


 

 
 
 
 
 POISON

 
 

เมื่อไรกันที่สีของท้องฟ้าไร้แสงอาทิตย์จนต้องทดแทนความสว่างด้วยไฟข้างถนน เด็กหนุ่มโบกมือลาเพื่อนอีกสองคนแล้วเดินไปตามทางที่ไม่ไกลก็จะถึงบ้าน หลังจากเตร็ดเตร่อยู่ในย่านการค้ามาพักใหญ่เพื่อลบภาพบางอย่างที่ทำให้เขาต้องรู้สึกแปลกๆ

 

มันทั้งสับสน และเจ็บปวดเกินกว่าจะหาทางออกเจอ 

 

โจ กวังมินพาตัวเองจนมาถึงบ้าน สองขาเรียวหยุดนิ่งหน้าบานประตูราวกับกำลังชั่งใจ ด้วยไม่อยากเจอใครบางคนซึ่งไม่อาจหลีกเลี่ยง เมื่อไรกันที่ความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขานั้นเปลี่ยนไปจนทุกอย่างมันบิดเบี้ยวไปหมด

 

สุดท้ายกวังมินก็ทำได้แค่ยืนนิ่งอยู่แบบนั้น ก่อนจะตัดสินใจเดินเข้าไปข้างใน เพราะไม่สามารถหนีความจริงได้ นอกจากต้องเผชิญกับมัน

 

ขายาวรีบก้าวขึ้นบันไดเพื่อจะได้ถึงห้องโดยที่ไม่ต้องเจอกับพี่ชายฝาแฝด หลังจากความสัมพันธ์ครั้งแรกที่พลั้งพลาดจนเกินเลย เขากับพี่ชายฝาแฝดที่นอนห้องเดียวกันก็ทำเรื่องแบบนั้นด้วยกันมาตลอด แต่กวังมินรู้ดีว่ามันไม่ถูกต้องจึงพยายามทุกวิถีทางเพื่อจะแยกห้องนอนกับอีกคน และสุดท้าย มันก็สำเร็จ แต่ถึงอย่างนั้น หากสบโอกาสในช่วงเวลาที่พ่อแม่ไม่อยู่บ้าน ยองมินกลับพยายามเข้าหาและทำให้มันเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า

 

เกลียดเหลือเกินกับร่างกายที่โอนอ่อน เกลียดหัวใจที่ไม่เคยปฏิเสธยองมินเลยสักครั้ง คล้ายเส้นบางๆที่กั้นอยู่ระหว่างสองความรู้สึกที่สับสนคลุมเครือ โดยที่กวังมินเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่า..มันคืออะไร

 

 

แฝดคนน้องปิดประตูห้องนอนอย่างเบามือ ก่อนจะถอนหายใจยาวออกมาเพราะโล่งอกเมื่อไม่ต้องเจอกับใครอีกคน กวังมินทิ้งแผ่นหลังพิงบานประตูแล้วหันหน้าไปยังด้านใน ทว่า.. คล้ายสมองหยุดสั่งการ ความรู้สึกเหมือนหัวใจหล่นวูบ ยามที่ละสายตาจากเพดานมายังปลายเตียงนอน ไม่ต้องกวาดมองก็สามารถเจอกับพี่ชายได้ตรงหน้า ร่างสูงโปร่งนั่งเท้าแขนไปด้านหลังแล้วมองมา ใบหน้าและรอยยิ้มที่คุ้นชิน กำลังปลิดความหวังของเขาให้ดับลง

 

“.พ..พี่ เข้ามาทำอะไรในห้องผม” เสียงที่คนเป็นพี่คิดว่ามันช่างหวานกว่าของตัวเองนั้นกำลังสั่นเครือ ความจริงแล้วเขาเองก็รู้คำตอบดี  รู้ถึงความต้องการของอีกฝ่าย แต่กลับแกล้งถามไปเพื่อถ่วงเวลา ท่าทีปกติ เรียบนิ่ง หรือเฉยชา มันยากเกินกว่าจะทำแบบนั้นต่อหน้าโจ ยองมิน

 

กวังมินกลั้นใจทำเป็นเดินไปเก็บข้าวของ มือที่สั่นเทาหยิบจัดหนังสือบนโต๊ะ พยายามไม่สนใจหรือรับรู้ว่าคนที่นั่งอยู่จะพูดอะไร

 

แต่ในขณะเดียวกัน การทำตัวให้ดูวุ่นวายกลับไม่เป็นผล ความเคลื่อนไหวทุกสิ่งเริ่มหยุดนิ่ง เขาจิกกำหนังสือในมือจนยับย่น เมื่อรู้สึกถึงท่อนแขนแข็งแรงที่สวมกอดจากทางด้านหลัง

 

 

“..กวังมิน.” เสียงทุ้มต่ำกระซิบเรียกข้างหูแสนเบาบาง ก่อนที่ริมฝีปากอุ่นร้อนนั้นจะลากผ่านลำคอและกดย้ำไปมาจนขึ้นสี ยิ่งฝืนแรงเพื่อปฏิเสธ ร่างกายก็ยิ่งโอนอ่อนจนไม่รู้จะอยู่แบบไหนดี การกระทำเดิมๆ ที่ยองมินรู้ว่าต้องจัดการกับเขายังไง

 

ราวกับทุกที่ที่ถูกสัมผัสนั้นมันเต็มไปด้วยคำถามมากมาย ในหัวฉุกคิดถึงภาพรอยยิ้มอ่อนโยนของยองมินที่มีให้ผู้หญิงคนนั้น เหมือนเป็นการตอกย้ำให้ตัวเองยิ่งเจ็บปวด จากเด็กที่เคยว่านอนสอนนอนง่ายกลับต่อต้านโดยการพลิกตัวแล้วผลักคนตรงหน้าออก

 

นัยน์ตาหม่นแสงจ้องมองไปยังพี่ชาย เป็นความเย็นชาที่ส่งผ่านทางสายตาซึ่งไม่เคยแสดงออกเลยสักครั้งตลอดระยะเวลาหลายปีที่ผ่านมา หากแต่วันนี้ มันเปลี่ยนไป ไม่สนว่าอีกคนจะเป็นอะไรกับใคร หรือมีคนที่มองไว้หรือเปล่า ในตอนนี้เขาเพียงแต่สงสัยอย่างเดียวว่าที่ผ่านมาทั้งหมดมันคืออะไร…

 

แววตาที่จ้องมองนั้นสั่นไหว หยาดน้ำตาที่กักเก็บไว้เริ่มเอ่อท้นเมื่อไม่อาจหาคำตอบให้กับตัวเอง เพียงแค่ร่างกายที่มีไว้ตอบสนองต่ออารมณ์ หรือถูกตีค่าเป็นของตายที่ไม่มีวันหนีพ้นกันแน่

 

“ผมเหนื่อย...” คำพูดสั้นๆเพื่อหวังตัดบทถูกเปล่งออกมาอย่าร้องขอ ทว่าอีกคนกลับมองผ่านมันไป สันจมูกรั้นคลอเคลียบนแก้มใสก่อนที่ใบหน้านั้นจะเลื่อนต่ำลงแตะริมฝีปากสัมผัสข้างลำคอ หากแต่ครั้งนี้กวังมินไม่มีท่าทีขัดขืน ปฏิกิริยาเฉยชาที่แปลกไปทำให้ยองมินต้องเงยหน้ามองอย่างนึกสงสัย จนได้พบกับสิ่งที่ทำให้หัวใจกระตุกวูบ หยาดน้ำตาของคนเป็นน้องไหลรินอาบแก้มขาวโดยไม่มีแม้เสียงสะอื้น

 

แฝดคนพี่ชะงักทุกการกระทำ เขาจ้องมองดวงตากลมโตที่เหมือนกันนั้นอย่างต้องการคำตอบ แต่ทุกอย่างในนั้นกลับว่างเปล่า คล้ายความรู้สึกบางอย่างจุกค้างอยู่ตรงลำคอ อยากจะถามแต่ก็ไร้ซึ่งน้ำเสียงและคำพูดจา เพียงเพราะกลัวว่าแก้วบอบบางตรงหน้าอาจแตกสลายด้วยน้ำมือตน

 

สัมผัสสุดท้ายคือริมฝีปากอุ่นที่แตะลงบนหน้าผากมน ก่อนที่คนเป็นพี่จะหันหลังเดินจากไปโดยไม่เอ่ยสิ่งใดอีก…

 

.

.

 

เสียงออดดังเตือนเป็นเวลาพักกลางวัน เหล่านักเรียนต่างพากันลงมาจากอาคารราวกับสวรรค์ที่รอคอยมานาน มีเพียงไม่กี่คนที่ยังอยู่ในห้อง บางคนก็เดินไปโรงอาหาร และการจับกลุ่มกินข้าวตามที่ว่างในสนามนั่งเล่นของโรงเรียนก็ถือเป็นเรื่องชินตาของผู้คนในนี้

 

หากแต่กวังมินยังคงนั่งเหม่อลอยในห้องเรียน สายตาโศกเศร้าจับจ้องไปบนท้องฟ้าผ่านหน้าต่างเหมือนมันมีพิเศษอะไรนักหนา คนเป็นเพื่อนที่คอยสังเกตอยู่เงียบๆจึงมองตามบ้าง มันมีอะไรถึงไม่ย่อมละสายตามาสนใจสิ่งรอบข้างได้มากขนาดนั้นกัน

 

“เฮ้...หิวแล้วไปกินข้าวกันเถอะ” เป็นมินฮยอนที่มาชวนเพื่อนสนิทไปกินข้าวอย่างไม่สนใจอารมณ์คนถูกเรียก พูดไม่พูดเปล่า สองมือพุ่งเข้าทั้งฉุดทั้งดึงให้กวังมินลุกไปเดี๋ยวนี้ให้ได้

 

แฝดคนน้องยอมเดินตามอย่างอ่อนใจ ทั้งที่ตัวเองนั้นแทบไม่อยากจะกินอะไรเลยด้วยซ้ำ เพราะเอาแต่คิดเรื่องเมื่อคืนวนซ้ำไปมา มันรู้สึกสับสนไปหมด ทั้งไม่เข้าใจ